กราบเรียน..ท่านผู้ปกครองของ"น้องๆ"โปรดทราบ
posted on 07 Apr 2009 21:46 by place-called-home in explain
กราบเรียน..
คุณพ่อคุณแม่และท่านผู้ปกครองของน้องๆทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่าน
เอนทรีนี้ไม่ได้ต้องการที่จะติติงสั่งสอนหรืออะไรใดๆทั้งสิ้นกับความเป็น"คุณพ่อคุณแม่"ของทุกๆท่านะคะ
เรื่องนี้เป็นเพียงเหตุการณ์หนึ่งที่อาจเกิดกับใคร ที่ไหน อย่างไร ก็ได้
(ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงหนัง ที่สาธารณะใดๆก็ตาม)
เมื่อทุกท่านอ่านแล้วอยากให้ลองคิดถึงหลายๆด้าน
และตัดสินด้วยความคิดของท่าน ว่าอะไรควรไม่ควร ดีไม่ดี ละกันนะคะ
หากข้อความในประโยคใดมีเนื้อหารุนแรงไป
เจ้าของบ้าน..อาม่าผู้นี้ขอน้อบรับความผิดไว้เพียงผู้เดียวค่ะ
วันนี้ขอระบายเล็กน้อยค่ะ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา..อาม่าคนนี้ออกไปดี๊ด๊ากับคุณอากงสุดเลิฟแถวสยามมาค่ะ
คุณอากงอยากกินชาบูชิ แต่ก็ต้องเหงื่อตกเพราะรอคิวที่ 12 
อาม่าเลยทำการเป่าหูปนสะกดจิต..เลยยอมเดินไปซิสเลอร์ด้วยกัน
มีข้อแม้ว่าถ้าซิสเลอร์คิวเยอะพอกัน จะกลับไปกินชาบูชิ
ก็นะคะ ของฟรีอาม่าแสนว่าง่ายยอมตกลง
(ใครที่ไปแถวนั้นคงนึกภาพออกนะคะ
ว่าซิสเลอร์และชาบูชิสาขาสยามเซนเตอร์คนเยอะขนาดไหน)
โชคช่วยค่ะ ซิสเลอร์โต๊ะว่าง
พี่พนักงานพาเดินเข้าไปโซนที่ติดกับด้านในห้าง
ตอนนั้นก็สังเกตเห็นแล้วนะคะว่าโซนนี้ส่วนใหญ่จะมาเป็นกลุ่มใหญ่
นับดูแล้ว มีลูกค้าที่ต่อโต๊ะนั่งราวๆ 3 กลุ่มได้
กลุ่มใหม่สุดต่อโต๊ะ 4 ที่นั่งประมาณ 4 โต๊ะ(อยู่ด้านในสุด)
เรา 2 คนก็ไปนั่งริมโซฟา ถัดจากโต๊ะใหญ่สุดนั่น
ระหว่างที่รอพี่พนักงานมารับออเดอร์
ก็สังเกตเห็นโต๊ะกลุ่มใหญ่สุดกลุ่มนั้นว่า พาเด็กมาค่อนข้างเยอะ
มีตั้งแต่น้องอ้อแอ้ๆ(คุณพ่อกับคุณแม่ผลัดกันอุ้ม) 1 คน
น้องตัวเล็กประมาณ1-2ขวบอีก 2 คน
น้องอนุบาลประมาณ4ขวบ 1 คน (น้องผู้หญิง)
แล้วก็เด็กโตสุดน่าจะประมาณ 8 ขวบ (น้องผู้ชาย)
ส่วนคุณพ่อคุณแม่และเพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่นๆกำลังคุยกันอย่างออกรส
**อายุของน้องๆ อาม่าประมาณโดยคร่าวๆจากภายนอกและพฤติกรรมของน้องๆ
รวมทั้งการเทคแคร์ดูแลน้องๆโดยคุณพ่อคุณแม่ของน้องๆในตอนนั้นนะคะ
พอสั่งอาหารเสร็จ นั่งรอน้ำและใบเสร็จมาที่โต๊ะ
คุณอากงที่เลิฟเริ่มหมดเรื่องคุย
จึงเริ่มเล่นกับน้องเล็กคนนึงที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกลุ่มใหญ่
อากงเค้าทำท่าจะเอ๋แบบเอามือปิดตาแล้วก้เปิดออก..
หันไปมองน้องเค้าก้ทำตามด้วย เห็นแล้วน่ารักมากเลยค่ะ 
(น้องน่ารักนะ อิอิ)
ตอนนั้นน้องๆยังไม่แผลงฤทธิ์
อย่างมากก็พี่โต 8 ขวบลุกขึ้นมาเล่นกับน้องเล็กอีกคน
แต่พอไปตักสลัดและซุปกลับมาแล้ว พี่โต 8 ขวบยืนขวางทางอยู่กับเก้าอี้นั่งของเด็กเล็ก
คุณอากงก็ยืนชิดกับที่นั่งนั่นแล้ว พี่โต 8 ขวบก็ขยับเข้าไปใกล้โต๊ะเค้าแล้ว
แต่ผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆไม่มีแม้แต่จะสนใจเลยว่าเก้าอี้เด็กนั้นขวางทางอยู่หรือเปล่า
เอาแต่บอกเด็กโตว่า "อย่ายืนขวางทางพี่เขาๆ" อยู่อย่างนั้น
จนอากงต้องเอื้อมมือไปดึงเก้าอี้ออกจากทางเอง
ก็ได้แต่ปลอบอากงว่าช่างมันเหอะเรากินของเราเถอะ
แล้วก้เริ่มคุยนู้ยคุยนี่ไปด้วย
..แต่ระหว่างที่กำลังเริ่มกินซุปก่ะสลัดอยู่
พี่โต 8 ขวบเริ่มลงมากระโดดเล่นบนโซฟาเข้ามุมใกล้ๆ
อาจเพราะโต๊ะแถวนั้นโดนดึงไปต่อให้แขกกลุ่มๆนั่งหมดแล้ว แถวนั้นเลยมีที่ค่อนข้างเยอะค่ะ
โอเค เข้าใจ เด็กวัยนี้ชอบวิ่งเล่นอยู่ไม่นิ่ง..เรากินของเราไม่เกี่ยวอยู่แล้ว
ซักพักแกเริ่มวิ่ง โอเคๆไม่มีเสียง ไม่เป็นไรๆ กินต่อ
อีกซักพัก..น้องอนุบาล 4 ขวบคนนั้นลงมาวิ่งด้วย
อ่ะๆ น้องเห็นพี่เล่นคงอยากเล่นบ้าง
แล้วพี่โต 8 ขวบก็เริ่มปีนขึ้นปีนลงโซฟาก่ะน้องอนุบาลอย่างสนุกสนาน
ซักพักน้อง 8 ขวบเริ่มวิ่งบนโซฟา..ข้ามหลังเราที่กำลังกินซุปอยู่
โดยไม่ได้สนใจเลยว่าเข่าหนูน่ะโขกหลังพี่ 2 รอบแล้ว
คิดในแง่ดีในใจว่า น้องคงวิ่งมาแค่รอบเดียว(ไป-กลับ)
แต่เปล่าเลย วิ่งไปกลับด้านหลังเรายังไม่พอ
ยังวิ่งยาวไปถึงที่นั่งของอากงที่เลิฟด้วย
และแน่นอน วิ่งแบบไปกลับ 2รอบ!!
อาม่าและอากงมองสบตากัน
ไม่ใช่รักมองสบตากันปิ๊งๆนะ
แต่มองด้วยสายตาที่...ไม่ทนแล้ว
ด้วยความที่สอนเด็กมานาน เราก็เข้าใจวัยเค้านะ
แต่แบบนี้มันไม่ไหวแล้วล่ะ นี่มันร้านอาการ ไม่ใช่ที่บ้าน
ก็พยายามคุยกับเค้าดีๆ ว่าหนุ่มน้อย มานั่งคุยกับพี่ก่อนได้ไม๊
แต่น้องก็ไม่สนใจยังคงลงไปเล่นต่อและวิ่งข้ามหลังไปมา
พอกันที
"พี่คะ ขอเปลี่ยนโต๊ะได้ไหมคะ?"
เป็นคำพูดที่เราบอกกับพี่พนักงานที่เดินมาเติมน้ำให้พอดี
พี่เค้าทำหน้าหวาดๆแล้วหันไปบอกน้องเด็กโต
..ว่าน้องช่วยหยุดวิ่งเล่นได้ไหม มันรบกวนลูกค้าท่านอื่นๆนะ
น้องเด็กโตไม่มีหยุดฟังด้วยซ้ำ ยังคงเล่นต่อ
พี่พนักงานก็เลยให้ย้ายไปฝั่งที่ติดกับร้านสุกี้ตรงข้าม
ตอนจะลุกไปนี่ในใจอยากคว่ำโต๊ะของกลุ่มใหญ่มาก
แต่ก็ได้แต่ยืนนิ่งๆสงบสติอารมณ์ตัวเองไว้ ไม่อยากไปมีเรื่องกับเขา
แต่คุณอากงเดินไปพูดกับคนนึงในโต๊ะนั้นแล้ว
อากงบอกว่า
"ขอโทษนะครับ...กรุณาช่วยดูเด็กๆด้วยนะครับ
วิ่งเล่นแบบนี้มันรบกวนลูกค้าคนอื่นนะครับ"
แล้วเราก็ไปนั่งโต๊ะใหม่ ไกลจากโต๊ะนั้น(ซะที)
ตอนที่กินสเต็กไปด้วยก็มองเด็กๆที่ยังคงวิ่งเล่นไปทั่วร้าน
ก็เห็นน้องๆเค้าวิ่งมาทางโต๊ะเราแล้ววิ่งออกไปนอกร้าน
อากงบอกว่า เห็นเด็ก 8 ขวบคนนั้นล้มนอกร้าน(ใกล้ๆกรงดีเจ)
แถมเกือบจะโดนคนที่เดินตามหลังมาเหยียบด้วยซ้ำ
อาม่าคนนี้ก้ได้แต่บอกอากงว่า ช่างมันเหอะ กินของเราเถอะนะ
(ในใจอาม่าคิดอยากวางยาทั้งโต๊ะแมร่งแร้ว)

คำถามในใจหลายๆท่านตอนนี้
อาจจะถามถึงคุณพ่อคุณแม่น้องๆใช่ไหมคะว่า หายไปไหนกันหมด
เหล่าพ่อแม่ผู้แสนดี ยังคงนั่งจ้อกันอย่างสนุกสนามที่โต๊ะ
โดยไม่ได้สนใจว่า น้องไปวิ่งเล่นถึงไหนแล้ว
..ขนาดลูกตัวเอง ลุกขึ้นวิ่งไปทั่วร้าน
เขายังไม่หันมามองเลย
..ลูกตัวเองวิ่งวนบนโซฟาแทบจะเหยียบหัวคนอื่นแล้ว
ยังไม่หันมาเรียกเลย
..ลูกล้มข้างนอกเกือจะโดนคนเหยียบ
ยังไม่ออกไปตามเลย
เยี่ยมกู๊ด 
ตอนที่ยังไม่ได้ย้ายโต๊ะมา เราเผลอไปได้ยินนะที่คุณๆโต๊ะนั้นคุยกันเรื่องลูกเนี้ยะ
"เราต้องบอกเค้าดีๆ"หยั่งงั้นหยั่งงี้
แล้วคุณๆปล่อยลูกคุญวิ่งพล่านในร้าน..มันก็เรื่องของคุณ
แต่คุณๆมีสามัญสำนึกเหมือนคนอื่นเขาไหมเนี้ยะคะ
ว่าร้านอาหาร มันที่สาธารณะนะคะ
เด็กจะวิ่งจะเล่นก็เรื่องของเด็กก็จริงค่ะ
คุณพาเค้าออกมาเปิดหูเปิดตานอกบ้าน เราเข้าใจ
พาเค้ามากินสเต็กอร่อยๆ พาเค้ามาเจอเพื่อนคุณให้รู้จักน้าๆป้าๆ โอเค
..แต่คุณพาเค้ามานั่งเบื่อ พาเค้ามาดูพวกคุณคุยกันเรื่องอะไรก็ไม่รู้
เด็กมันก็เบื่อเป็นนะ
คุณพูดเลี้ยงลูกหยั่งงั้นอย่างงี้ คุณดูลูกคุณหรือเปล่าวันนี้
คุณเห็นไม๊ว่าเค้าโครตเบื่อ ถึงลุกมาวิ่งเล่นซะทั่วร้านแบบนั้น
แล้วถ้าเกิดลูกคุณวิ่งไปชนพนักงานร้านที่กำลังถือจานที่เพิ่งเก็บมาล่ะ?
ถ้าลูกคุณวิ่งไปชนลูกค้าคนอื่นจานสลัดตกแตก
ทำให้ลูกค้าคนอื่นได้แผล หรือแม้แต่ลูกคุณได้แผลมาล่ะ?
คุณจะหาว่าเป็นความผิดใคร?
ถ้าคุณคิดวว่าการพาเด็กๆออกมานอกบ้านแล้วมันเป็นเรื่องที่ดี
อยากให้คุณช่วยคิดด้วยนะคะว่าถ้าพาแกมาแล้วมันรบกวนผู้อื่นถึงเพียงนี้
ให้"น้องๆ"นอนอยู่บ้าน เปิดทีวีดูเบ็น10เถอะค่ะ
ไว้วันไหนที่คุณว่างพออยู่ดูเค้าแล้วค่อยพาออกมาเถอะ
นะคะ..
ตอนนี้กำลังหวังว่าไปดูหนังครั้งต่อไป
จะไม่จ๊ะเอ๋กับสมาชิกคนใดคนนึงในโต๊ะนี้
รวมทั้ง"น้องๆ"ที่เล่าให้ฟังนี้ในโรงเดียวกันนะ

ส่วนตัวอาม่า(เจ้าของบล็อก)เองก็ทำงานที่เกี่ยวกับน้องๆวัยซนอยู่แล้วด้วย
ก็เข้าใจล่ะค่ะว่าเค้าเป็นวัยที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง สนใจช่างถามแอ๊คทีฟไปเรื่อย
เด็กซนคือเด็กฉลาดอันนี้พอเข้าใจนะคะ
แต่ถ้าเล่นกันไร้ขอบเขตและคนดูแลแบบนี้เป็นใครก็สติแตก
จริงไหมคะ?
หมายเหตุ
...อ่านเอนทรีอากงผู้อยู่ในเหตุการณ์ >>>จิ้มที่นี่<<<
...อยากขอบคุณพี่พนักงานที่ชื่อAraya (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกหรือเปล่า แหะๆ) มากๆนะคะ
ที่ทั้งเปลี่ยนโต๊ะให้ ย้ายจานและแก้วให้ แถมดุเด็กให้อีกตะหาก
ไปกินอีกหวังว่าจะได้เจออีกนะคะพี่ (จะได้จำชื่อถูกๆซะที- -ฮา)

พนักงานดี นะ แต่ ผู้หญิง เด็กไม่ดีเลย
#1 By ร่มไร้อาร์ on 2009-04-07 23:22