เอนทรีนี้สำหรับ Linkin Park
วงดนตรีที่ให้อะไรมากกว่าดนตรีและความบันเทิง


1.
นับถอยหลังไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
เด็กม.ต้นคนหนึ่ง นอนอยู่หน้าทีวี
เปิด MTV ดูอย่างล่องลอย

เด็กม.ต้นวัยกำลังจะ 13 คนนี้
อิ่มแล้วกับวงPop Band อย่าง Backstreet boyหรือ N sync
เบื่อแล้วกับการเห็นหน้าหนุ่มหล่อๆเต้นอย่างพร้อมเพรียง

เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า
รอยยิ้มที่หวานเยิ้มและความหล่อเหลาเหล่านั้น
จะยั่งยืนต่อไปได้อีกซักแค่ไหน

เด็กม.ต้นคนนั้น
ก็ทำได้แค่เพียงกดเปลี่ยนช่องผ่านไป


2.
เด็กม.ต้นคนนั้น นอนอย่างเงียบเหงาในห้องเล็กๆ
มองเพดานที่ว่างเปล่า
รู้สึกราวกับชีวิตนั้นไร้สาระไปวันๆ

นอนพลิกตัวไปมา
กดเปลี่ยนช่องทีวีไปมา

แล้วก็ได้พบกับ



There's something inside me that pulls beneath the surface
Consuming/confusing
This lack of self-control I fear is never ending
Controlling/I can't seem

เย็นวันนั้น
เด็กม.ต้นคนนั้น ได้อัลบั้ม Hybrid Theory แบบคลาสเสจเทปมาครอบครอง

หลังจากวันนั้น
ไม่มีวันไหนเลยที่เธอไม่ได้ัฟังวงนี้ ไม่ว่าจะกลางวัน หรือกลางคืน



3.
เด็กม.ต้นที่ทำอะไรไม่เคยเป็นที่ถูกใจใคร
พยายามเข้าใจใคร ก็ไร้ค่า
มีใครมั้ยที่เคยถาม...ไม่มี
มีใครมั้ยที่รับฟัง....ไม่มี
ใครกัน ที่จะสื่อความรู้สึกถดถอยและท้อแท้ที่เก็บซ่อนเอาไว้
ใครกัน..



I tried so hard
And got so far
But in the end
It doesn't even matter
I had to fall
To lose it all
But in the end
It doesn't even matter


4.
ห้องของเธอเต็มไปด้วยโปสเตอร์
มีคนถามเธอว่า ชอบกันดั้มหรอ ทำไมมีโปสเตอร์กันดั้มติดไว้บนผนัง
เธอยิ้มแล้วบอกว่าไม่ใช่ แต่เป็นอัลบั้มใหม่ของวงที่เธอชอบ

ตอนนั้น เธอมีคอมพิวเตอร์ตัวแรก
และเธอพบเพื่อนในเนท เพื่อนที่ชอบวงนี้เหมือนกัน
แต่ละวัน เธอจะใช้คอมวันละ 3 ชั่วโมง

เธอไม่ลังเลเลยที่จะบอกใครว่า
นี่คือ เพื่อนที่แท้จริงของเธอ


5.
2 ปีต่อมา วันที่ 03 03 03
เธอเก็บเงินและเดินเข้าร้านซีดีเพื่อจองอัลบั้มใหม่ครั้งแรก
วันแรกที่เธอได้ซีดีกล่องนั้นมา เธอเปิดเพลงฟัง ซ้ำแล้วซ้ำอีก

ในโลกของเธอ
เธอมีความสุขกับการฟังเพลง
เธอมีความสุขที่ได้พูดคุยกับเพื่อนที่ไม่เคยเห็นตัวตน

ในชีวิตจริง
เธอทำได้แค่เพียงทน และเฉยชา
กับเสียงและเหตุการณ์รอบข้างของเธอ




every step that i take is another mistake to you
[caught in the undertow / just caught in the undertow]
and every second i waste is more than i can take


6.
ปีต่อมา เธอกลายเป็นสาวน้อยม.ปลาย
ก่อนหน้านั้น เธอได้มีโอกาสเจอเพื่อนๆที่รักในวงนี้เหมือนกัน
ทุกคนไม่ได้เป็นไอ้โหดหน้าเหี้ยมแบบเพลง
แต่คนส่วนใหญ่ กลับเป็นผู้หญิงที่ชอบเพลงแนวนี้เหมือนกัน
การไปมิตติ้งวันนั้น จึงเป็นเหมือนการได้พบกับพี่น้องครอบครัวเดียวกัน

กลางปี วงที่เธอชอบมาเปิดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก
วันที่เปิดขายบัตร เธอกำเงิน 2,500 บาทกับฝาเบียร์สิงห์ 2 ฝา
ยืนเข้าแถวที่ยาวเหยียดก่อนห้างจะเปิด
เมื่อถึงคิวของเธอ เธออ้ำๆอึ้งๆ ก่อนจะได้บัตรยืนฝั่งซ้ายมาครอบครอง

เมื่อวันแสดงสดมาถึง เธอนอนไม่หลับ
เธอนั่งทำของที่ระลึก เพื่อฝากให้เพื่อนเอาไปให้กับสมาชิกในวงหลังเวที
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นสมาชิกแฟนคลับอย่างเป็นทางการ
แต่เธอก็ทำของทั้งหมดด้วยใจ
ของเล็กๆ 6 ชิ้น ถูกส่งให้ถึงมือของสมาชิกทั้ง 6 คน
โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าสมาชิกทั้ง 6 จะได้รับมันจริงๆหรือไม่ก็ตาม

เธอไปถึงเมืองทองธานีตั้งแต่ 9 โมงเช้า
เธอไปนั่งรอประตูเปิดตั้งแต่ 11 โมง
เธอเข้าไปดูวงดนตรีคนไทยเล่นเปิดตั้งแต่บ่ายโมง
และวงที่เธอรอคอย ก็ขึ้นเล่นตอน 3 ทุ่ม

แ้ล้วสิ่งที่เธอเรียกว่าความฝัน
ก็หยุดเวลาเอาไว้ทั้งหมด

วันนั้น เธอกลับถึงบ้านตี 2
และเล่าเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมา ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อชั่วโมงที่แล้ว


7.
เค้าว่ากันว่า เวลาเปลี่ยน ทุกอย่างก็เปลี่ยน
ข่าวคราวของวงค่อยๆเงียบไป พร้อมๆกับครอบครัวที่ค่อยๆหายไป
..พี่คนนั้นไปเรียนต่อ พี่คนนี้ไปทำงานต่างประเทศ
..เพื่อนคนนั้นไม่เข้าบอร์ดแล้ว เพื่อนคนนี้ไม่ได้ฟังเพลงแนวนี้แล้ว
มีแค่เพียงการพบปะของกลุ่มย่อยๆเป็นครั้งคราว


8.
หากการเปลี่ยนแปลง คือการเติบโตและก้าวต่อไป
เด็กม.ปลายคนนั้น กลายเป็นสาวมหาลัยปี 1
วงที่เธอรักกลับมาออกอัลบั้มใหม่ ที่เปลี่ยนไปจากเดิม
สมาชิกในเว็บบอร์ดส่วนใหญ่ รับไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงทางแนวดนตรีของวงที่รัก
มันไม่ร็อกหนักๆแต่เป็นเพลง..อิเล็ททรอนิก หรืออะไรซักอย่าง
ทุกคนส่ายหัวและปฏิเสธมัน
เธอเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงตรงนั้น
และมองว่า มันคือการเติบโต

ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ประทับใจอะไรมาก
แต่เธอก็เข้าใจ
เข้าใจ ในสิ่งที่เธอรัก




So if you're asking me I want you to know

When my time comes
Forget the wrong that I've done
Help me leave behind some reasons to be missed
And don't resent me
And when you're feeling empty
Keep me in your memory
Leave out all the rest


9.
ถ้าการเติบโต คือการเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง
ราวกับเป็นการบอกเป็นนัยให้รู้ว่า ไม่มีอะไรที่แน่นอน
สาวมหาลัยคนนั้นรับรู้ได้ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงของตัวเธอเองและสิ่งต่างๆรอบกาย

ช่วงเวลาที่ผ่านไป
เธออาจเป็นคนๆนึงที่อยู่บนโลกใบนี้
เสียงเล็กๆของเธออาจไม่มีใครรับฟังทั้งหมด
ควาคิดของเธออาจไม่ถูกแพร่งพรายอะไรออกไป

ทุกครั้ง ที่เธอหยิบซีดีแผ่นเก่าขึ้นมาเปิดฟัง
ความรู้สึกที่ได้ฟังวงที่เธอรักในวันนี้
ก็ไม่แตกต่างไปจากวันแรกที่เธอได้เทปม้วนนั้นกลับบ้าน

เหตุผลเดียวที่ทำให้วงๆนี้พิเศษกับเธอมากไปกว่าการเป็นวงร็อกวงนึง
คือการเป็นทั้งเพลงที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของเธอได้อย่างตรงไปตรงมา
เป็นทั้งแรงบันดาลใจ และกำลังใจที่เธอไม่เคยลืม



10.
- วันนี้ (24/10/2010)
เป็นวันครบรอบ 10 ปีที่ Hybrid Theory อัลบั้มอแรกของ LINKIN PARK วางจำหน่าย

-  สิ่งที่ทำอย่างแรกเมื่อได้อัลบั้มนี้มาครอบครอง
คือการหักเขี้ยวออก (เพราะกลัวไปอัดทับ)

- วันเกิดตอนม. 2 ได้ซีดีอัลบั้ม Reanimation เป็นของขวัญวันเกิด
วันนั้นกลับมาบ้านอดหลับอดนอนเพื่อโหลดควิกไทม์มานั่งดูเพลง LP ผ่านเน 56k

- ปัจจุบัน บัตรคอนเสิร์ตใบนั้นได้กลายเป็นที่ห้อยพวงกุญแจบ้าน
ที่ถูกเคลือบด้วยสติกเกอร์และติดตัวตลอดเวลา

- ต้นฉบับ Fan Art ทุกชิ้นที่วาดสมัยมัธยมยังอยู่ครบ
และเคยโพสลงเว็บบอร์ด Linkinpark.com เมื่อนานมากกกกกกกกกกกกกกแล้ว

- เพื่อนๆสมาชิกในบอร์ดตอนนั้นยังติดต่อแทบทุกคนผ่าน facebook และโทรศัพท์
ถึงแม้บางคนจะไม่ได้เจอหน้ากันหลายปีแล้วก็ตาม

- ณ ขณะนี้กำลังเก็บเงินเพื่อสมัครเป็น LP underground 10 เพื่อเป็นที่ระลึก

- สุดท้ายแล้ว MV ที่รู้สึกว่าสวยที่สุด ตั้งแต่ได้ดู MV ของ LP มา



"This is not the end
This is not the beginning"


ปล อัพไม่ตรงวันแหะ มัวแต่นั่งแก้โค้ด
ปลล. บล็อกเน่าสนิท
ปลลล. ช่วงนี้จะหายไปเลยนะคะ
ทำทีสิสไม่ทันแบ้วววววว

Comment

Comment:

Tweet

ชอบวงนี้มากนะ ตามหาซื้อกลยตอนนั้น
แต่ทำไมโตมาแล้วห่างเหินไม่ได้ติดตาม
ไงงั้นไม่รู้

#9 By -Newworld- on 2011-01-31 02:19

กรี๊บกรี๊ว!open-mounthed smile

#8 By piruck on 2011-01-09 23:14

Numb แห่ง Linkin Park
ชอบ MV เพลงนี้แบบแปลกๆอ่า
ดูแล้วเข้าถึงอารมณ์ดีopen-mounthed smile

#7 By calm space on 2010-12-23 13:33

big smile

#6 By not in use on 2010-10-25 15:42

บางอย่างเปลี่ยน และบางอย่างก็ไม่เปลี่ยน
Hot!

#5 By on 2010-10-25 10:59

แฟนตัวจริง...confused smile Hot! Hot!

#4 By wesong on 2010-10-25 04:16

ต๊ายยย เกิดทันเทปอ่ะ
แอบแก่นะเธอว์ question

ถ้าถามความรู้สึกที่ได้ฟังวงนี้ป็นครั้งแรก
ก็รู้สึกชอบในทำนองที่หนักหน่วง กับเสียงร้อง
จำได้ว่า...รู้สึกตอนนั้นจะไปหาเพื่อนที่หอ แล้วได้นยินมันเปิด In the end ฟัง เลยถามมันซะ ว่าเพลงใคร?

แต่ถึงตอนนี้โทนเพลง LP จะออกมาไม่เหมือนเดิม
แต่ก็เข้าใจเหมือนกัน ว่าทุก ๆ อย่างมันต้องเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย
ถึงยังไง LP ก็เป็นหนึ่งในหลาย ๆ วง ที่ผมชอบหยิบขึ้นมาฟัง...เวลาเซ็ง ๆ

#3 By prince_zatan on 2010-10-25 03:29

เกิดทันเทปด้วยหรอเธอว์ open-mounthed smile

อัลบัมแรกซื้อเป็นซีดีแหละ
เก็บเงินซื้อเอง

ชุดล่าสุดยังไม่ได้ฟังเลยแฮะ

ทีสิสสู้ๆเน้อ big smile

#2 By KaTTo-+tOdA on 2010-10-25 00:59

ซึ้งมากๆ ความรู้สึกของน้องไม่ต่างไปจากความรู้สึกของพี่เลย

วันแรกที่ได้รู้จัก ไม่สิ ยังไม่รู้จัก แต่แค่ได้ยินเสียงเพลง One Step Closer จากลำโพงคอมของใครซักคน ในห้องคอมรวมของคณะ ก็สะดุดกับเพลงนี้และคอยหาคำตอบตลอดมาว่าเป็นเพลงของใคร จนกระทั่งได้ยินเสียงเพลง In The End ทางวิทยุ (ซึ่งช่วงนั้นจะได้ยินบ่อยมาก) ก็แน่ใจว่าวงเดียวกันแน่ๆ จำชื่อวงไม่ได้ นอกจากอะไรพ้ากๆ sad smile

กว่าจะได้เทป Hybrid Theory มาครอบครอง (ตอนนั้นยังไม่มีตังค์ซื้อซีดี) ก็เกือบจะหนึ่งปีต่อมา เพราะไม่เคยซื้ออัลบั้มแนวนี้มาก่อน แต่ตัดสินใจซื้อเพราะได้เห็นภาพการแสดงสดจาก MTV ก็เลยรู้สึกว่าวงนี้เล่นสดได้มันมากๆ และเพลงอื่นๆ ก็มัน และเนื้อหาเข้าถึงอารมณ์วัยรุ่นได้ดี ตอนที่ไปซื้อกับเพื่อน ขากลับก็เอาเทปแนบหู อยากฟังมากๆ แทบทนไม่ไหว (เพื่อนว่าบ้า open-mounthed smile ) ใครเจอพี่ในสภาพนั้นคงอึ้ง คิดไม่ถึงว่าหน้าอย่างเราจะชอบเพลงแบบนี้ได้ (แต่ดูเหมือนแฟนๆ LP หลายคนก็จะเป็นผู้หญิง ดูท่าทางเรียบร้อยเหมือนกันนะ question )

ผ่านมาเกือบสิบปีที่ได้รู้จักวงนี้มา ไม่เคยรู้สึกว่าผิดหวัง ยิ่งได้รู้จักก็ยิ่งรัก ยิ่งชอบ พวกเขาเป็นมากกว่าวงดนตรีนะ สำหรับเรา พวกเขาเป็นแรงบันดาลใจ เป็นเพื่อน เป็นบุคคลพิเศษ และเป็นตัวเชื่อมให้รู้จักเพื่อนทั่วโลก ให้เราได้รู้จักกันด้วย จริงมั้ยจ๊ะ big smile

I love you Linkin Park